ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ คิดยังไง? สูตร + ตัวอย่างจากราคาจริง + เครื่องคิดเลข
ขายของออนไลน์วันละหลายออเดอร์ ค่ากล่อง ค่าเทป และค่าบับเบิลที่ดูเหมือนแค่ไม่กี่บาท รวมกันทั้งเดือนเป็นเงินหลักร้อยถึงหลักพัน บทความนี้แยกให้ดูว่าต้นทุนแพ็ค 1 ออเดอร์มีอะไรบ้าง คิดยังไง พร้อมตัวอย่างที่คำนวณจากราคาจริงในหน้าสินค้าของร้าน และเครื่องคิดเลขให้ลองใส่ตัวเลขของร้านคุณเอง
ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์มีอะไรบ้าง?
ต้นทุนแพ็คมาจาก 4 อย่างหลัก คือ กล่องหรือซอง เทปปิด วัสดุกันกระแทก และใบปะหน้า บางออเดอร์ใช้ไม่ครบ เช่น เสื้อผ้าใส่ซองพลาสติกมักไม่ต้องใช้บับเบิล ถ้าจ้างคนแพ็คให้บวกค่าแรงด้วย ส่วนค่าส่งเป็นอีกก้อนที่จ่ายให้ขนส่ง ไม่นับรวมในต้นทุนแพ็ค

ก่อนคำนวณ ต้องแปลงราคาที่ซื้อมาเป็นราคาต่อหน่วยที่ใช้จริงก่อน ตารางนี้ใช้ราคาจากหน้าสินค้าของร้าน
| รายการ | ราคาที่ร้าน | ราคาต่อหน่วย |
|---|---|---|
| กล่องเบอร์ B 17×25×9 ซม. | ปลีก 5 บาท/ใบ · แพ็ค 20 ใบ 76 บาท | 5.00 / 3.80 บาทต่อใบ |
| ซองพลาสติก 25×35 ซม. | ซื้อ 10 ใบ ใบละ 3.50 บาท · ซื้อ 100 ใบ ใบละ 2 บาท | 3.50 / 2.00 บาทต่อใบ |
| เทป OPP 100 หลา (91.44 เมตร) | ม้วนละ 30 บาท · แพ็ค 6 ม้วน 139 บาท | ≈ 0.33 / 0.25 บาทต่อเมตร |
| บับเบิล 32.5 ซม. × 100 ม. | ม้วนละ 150 บาท · 135 บาท (ซื้อ 2 ม้วนขึ้นไปที่หน้าร้าน) | 1.50 / 1.35 บาทต่อเมตร |
| บับเบิล 65 ซม. × 100 ม. | ม้วนละ 290 บาท · 250 บาท (ซื้อ 2 ม้วนขึ้นไปที่หน้าร้าน) | 2.90 / 2.50 บาทต่อเมตร |
| กระดาษลาเบล 150×150 (500 ดวง) | 150 บาท | 0.30 บาทต่อดวง |
ราคาตามหน้าสินค้าของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569 · ตัวเลขซ้ายคือซื้อปลีก ขวาคือซื้อยกแพ็คหรือซื้อเยอะ · 1 หลา = 0.9144 เมตร เทป 100 หลาจึงยาว 91.44 เมตร (แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)
สูตรคำนวณต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์
ราคาที่ซื้อมาส่วนใหญ่เป็นราคาต่อแพ็คหรือต่อม้วน แปลงเป็นราคาต่อหน่วยแบบนี้
- ราคากล่องต่อใบ = ราคาแพ็ค ÷ จำนวนใบ เช่น กล่องเบอร์ B แพ็ค 20 ใบ 76 บาท = 3.80 บาทต่อใบ
- ราคาเทปต่อเมตร = ราคาต่อม้วน ÷ ความยาวม้วน เช่น 30 ÷ 91.44 = 0.3281 บาทต่อเมตร (แพ็ค 6 ม้วน: 139 ÷ 6 ÷ 91.44 = 0.2534 บาทต่อเมตร)
- ราคาบับเบิลต่อเมตร = ราคาต่อม้วน ÷ 100 เมตร เช่น 150 ÷ 100 = 1.50 บาทต่อเมตร
- ค่าแรงต่อออเดอร์ = ค่าแรงต่อชั่วโมง ÷ 60 × นาทีที่ใช้แพ็ค 1 ออเดอร์ เช่น ถ้าค่าแรงชั่วโมงละ 50 บาท (ตัวเลขสมมติ) แพ็คออเดอร์ละ 3 นาที = 2.50 บาทต่อออเดอร์
ถ้าแพ็คเองและไม่คิดค่าแรง ให้ใส่ค่าแรงเป็น 0 แต่ควรรู้ว่าเวลาที่ใช้แพ็คก็เป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นเหมือนกัน
ปิดเทป 1 กล่อง ใช้เทปกี่เมตร?
กล่องเบอร์ C ปิดเทปแบบตัว H ทั้งฝาบนและก้นกล่องใช้เทปราว 2 เมตร คิดเป็น 0.66 บาท (ซื้อเทปปลีก) ร้านแนะนำให้ปิดเทปแบบตัว H คือติดตามรอยต่อกลางฝาและขอบอีกสองด้าน ทั้งด้านบนและด้านล่าง (ดูวิธีปิดเทปกล่องให้แน่น) ความยาวเทปประมาณได้จากขนาดกล่อง
เลข 10 คือเผื่อเทปพับลงข้างกล่องด้านละ 5 ซม. ตารางนี้คิดจากขนาดกล่องของร้าน
| กล่อง | ขนาดภายนอก (ซม.) | เทปตัว H บน+ล่าง | ค่าเทป ปลีก | ค่าเทป แพ็ค 6 ม้วน | เส้นกลางอย่างเดียว |
|---|---|---|---|---|---|
| 00 | 9.7×14×6 | 1.27 ม. | 0.42 บาท | 0.32 บาท | 0.48 ม. |
| A | 14×20×6 | 1.56 ม. | 0.51 บาท | 0.40 บาท | 0.60 ม. |
| B | 17×25×9 | 1.78 ม. | 0.58 บาท | 0.45 บาท | 0.70 ม. |
| C | 20×30×11 | 2.00 ม. | 0.66 บาท | 0.51 บาท | 0.80 ม. |
| D | 22×35×14 | 2.18 ม. | 0.72 บาท | 0.55 บาท | 0.90 ม. |
| E | 24×40×17 | 2.36 ม. | 0.77 บาท | 0.60 บาท | 1.00 ม. |
เทป 100 หลา 1 ม้วน (91.44 ม.) จึงปิดกล่องเบอร์ A แบบตัว H ได้ราว 58 กล่อง เบอร์ B ราว 51 กล่อง เบอร์ C ราว 45 กล่อง ถ้าติดเทปซ้ำหรือมีเศษเทปเหลือ ค่าเทปจะสูงกว่าในตาราง
ตัวอย่างคำนวณต้นทุนแพ็คจากราคาจริง 4 แบบ
ใน 4 ตัวอย่างนี้ ต้นทุนแพ็คอยู่ที่ออเดอร์ละ 2.30–11.52 บาท ขึ้นกับขนาดและความเปราะของสินค้า ถ้าใช้กล่องเบอร์ใหญ่กว่านี้ ต้นทุนจะสูงขึ้นตามราคากล่อง ตัวอย่างยังไม่รวมค่าแรงและค่าส่ง
| ตัวอย่าง | ใช้อะไรบ้าง | ซื้อปลีก (บาท/ออเดอร์) | ซื้อยกแพ็ค (บาท/ออเดอร์) |
|---|---|---|---|
| 1. เสื้อผ้า 1 ตัว | ซองพลาสติก 25×35 ซม. + ใบปะหน้า (คิดแบบซองที่มีแถบกาวในตัว ไม่ใช้เทป) | 3.80 | 2.30 |
| 2. ครีมกระปุกเล็ก | กล่องเบอร์ A + บับเบิล 32.5 ซม. ยาว 50 ซม. + เทปตัว H 1.56 ม. + ใบปะหน้า | 5.56 | 4.08 |
| 3. แก้ว 2 ใบ | กล่องเบอร์ C + บับเบิล 65 ซม. ยาว 1 ม. + เทปตัว H 2.00 ม. + ใบปะหน้า | 9.86 | 8.26 |
| 4. ของใช้ชิ้นใหญ่ | กล่องเบอร์ E + บับเบิล 65 ซม. ยาว 50 ซม. + เทปตัว H 2.36 ม. + ใบปะหน้า | 11.52 | 9.80 |
ซื้อปลีก = ซื้อกล่องทีละใบ เทปทีละม้วน บับเบิลทีละม้วน ซองพลาสติกครั้งละ 10 ใบ · ซื้อยกแพ็ค = กล่องแพ็ค 20 ใบ เทปแพ็ค 6 ม้วน บับเบิล 2 ม้วนขึ้นไปที่หน้าร้าน ซองพลาสติกครั้งละ 100 ใบ · ใบปะหน้าคิดดวงละ 0.30 บาททั้งสองแบบ (กระดาษลาเบล 500 ดวง 150 บาท) · ถ้าซองไม่มีแถบกาว ปากซองกว้าง 25 ซม. ใช้เทปราว 0.35 ม. บวกเพิ่มราว 0.09–0.11 บาท
ดูวิธีคิดแบบที่ 2 ทีละบรรทัด
| รายการ | ซื้อปลีก | ซื้อยกแพ็ค |
|---|---|---|
| กล่องเบอร์ A | 4.00 บาท | 54 ÷ 20 = 2.70 บาท |
| เทปตัว H 1.56 ม. | 1.56 × 0.3281 = 0.51 บาท | 1.56 × 0.2534 = 0.40 บาท |
| บับเบิล 32.5 ซม. ยาว 0.5 ม. | 0.5 × 1.50 = 0.75 บาท | 0.5 × 1.35 = 0.68 บาท |
| ใบปะหน้า 1 ดวง | 0.30 บาท | 0.30 บาท |
| รวมต่อออเดอร์ | 5.56 บาท | 4.08 บาท |
เห็นได้ว่าค่ากล่องเป็นก้อนใหญ่ที่สุด ในตัวอย่างนี้คิดเป็น 66–72% ของต้นทุนแพ็ค ส่วนเทปกับใบปะหน้ารวมกันไม่ถึง 1 บาท ถ้าอยากลดต้นทุน ให้เริ่มจากเลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้า (ดูขนาดกล่องทุกเบอร์) และซื้อเบอร์ที่ใช้บ่อยแบบยกแพ็ค
เครื่องคิดเลขต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์
เลือกกล่องหรือซอง วิธีปิดเทป และบับเบิลที่ใช้จริง ตัวเลขจะคำนวณให้ทันที ใช้ราคาของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569
ซื้อยกแพ็ค = กล่องแพ็ค 20 ใบ · เทปแพ็ค 6 ม้วน · บับเบิล 2 ม้วนขึ้นไป (ราคานี้เฉพาะซื้อที่หน้าร้าน) · ซองพลาสติก 100 ใบ · ซองกันกระแทกใช้ราคาแพ็ค 20 ใบทั้งสองแบบ · ซองคิดว่ามีแถบกาว ไม่คิดค่าเทป และเลือกซองแล้วบับเบิลจะเป็น 0 ให้อัตโนมัติ · ใบปะหน้าคิดดวงละ 0.30 บาท (กระดาษลาเบล 500 ดวง 150 บาท)
ซื้อปลีกกับซื้อยกแพ็ค ต่างกันเดือนละเท่าไหร่?
ถ้าส่งเดือนละ 300 ออเดอร์ ซื้อยกแพ็คประหยัดได้เดือนละ 444–516 บาท ตามตัวอย่างทั้ง 4 แบบ ส่วนที่ประหยัดได้มาจากค่ากล่องและซองเป็นหลัก
| ตัวอย่าง (300 ออเดอร์/เดือน) | ซื้อปลีก | ซื้อยกแพ็ค | ประหยัดต่อเดือน |
|---|---|---|---|
| 1. เสื้อผ้าในซองพลาสติก | 1,140 บาท | 690 บาท | 450 บาท |
| 2. ครีมในกล่องเบอร์ A | 1,668 บาท | 1,224 บาท | 444 บาท |
| 3. แก้วในกล่องเบอร์ C | 2,958 บาท | 2,478 บาท | 480 บาท |
| 4. ของชิ้นใหญ่ในกล่องเบอร์ E | 3,456 บาท | 2,940 บาท | 516 บาท |
ตารางนี้ใช้ราคาแพ็ค 20 ใบ ถ้าซื้อครั้งละ 5 แพ็คขึ้นไป ราคาต่อใบลดลงอีกขั้น เช่น เบอร์ A 2.60 · B 3.70 · C 4.85 · E 7.50 บาท (ดูขั้นราคาเต็มที่หน้าสินค้าแต่ละเบอร์)
ซื้อเยอะไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอ ถ้าซื้อเบอร์ที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้วค้างสต็อก เงินจะจมอยู่ในกล่อง ดูวิธีคิดว่าควรซื้อครั้งละเท่าไหร่ได้ที่ ขายส่งกล่องพัสดุ ซื้อยังไงให้คุ้ม
ใส่ต้นทุนแพ็คในราคาขายยังไง?
เอาต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ไปรวมกับต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่นก่อนตั้งราคา ไม่อย่างนั้นกำไรที่คิดไว้จะหายไปทีละไม่กี่บาททุกออเดอร์
ตัวอย่าง: ขายครีมกระปุกละ 199 บาท ใช้การแพ็คแบบที่ 2 ต้นทุนแพ็ค 4.08 บาท (ซื้อยกแพ็ค) คิดเป็น 2.1% ของราคาขาย ถ้าซื้อปลีกจะเป็น 5.56 บาท หรือ 2.8% สินค้าราคาต่ำยิ่งต้องระวัง เพราะต้นทุนแพ็คแทบไม่ลดตามราคาสินค้า
ต้นทุนแพ็คไม่รวมค่าส่ง แต่กล่องมีผลกับค่าส่ง
ค่าส่งเป็นอีกก้อนที่จ่ายให้ขนส่ง ไม่อยู่ในต้นทุนแพ็ค แต่ขนาดกล่องมีผลกับค่าส่ง เพราะขนส่งเอกชนหลายเจ้าคิดเงินจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักตามขนาดกล่อง แล้วแต่ค่าไหนมากกว่า กล่องที่ใหญ่เกินของจึงอาจทำให้ค่าส่งแพงขึ้นมากกว่าเงินที่ประหยัดค่ากล่องได้ ดูรายละเอียดและราคาแต่ละเจ้าที่ เปรียบเทียบค่าส่งพัสดุแต่ละเจ้า
อยากรู้ต้นทุนแพ็คของสินค้าร้านคุณ?
ส่งขนาดสินค้าและจำนวนออเดอร์ต่อเดือนมาทางไลน์ ร้านช่วยเลือกเบอร์กล่องและบอกราคายกแพ็คให้ · รับเองที่ร้านย่านสะพานใหม่–สายไหม–บางเขน ถ.เทพรักษ์ หรือส่งใกล้เคียงด้วย Lalamove (ร้านขายกล่องและอุปกรณ์ ไม่ได้เป็นจุดรับส่งพัสดุ และไม่ส่งต่างจังหวัด)
คำถามที่พบบ่อยเรื่องต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์
ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ควรอยู่ที่เท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะขึ้นกับขนาดและความเปราะของสินค้า จากราคาของร้าน The Best Box ตัวอย่างในบทความอยู่ที่ออเดอร์ละ 2.30–11.52 บาท ไม่รวมค่าแรงและค่าส่ง ควรคำนวณจากวัสดุที่ร้านคุณใช้จริง
ค่ากล่องต่อออเดอร์คิดยังไงถ้าซื้อยกแพ็ค?
เอาราคาแพ็คหารจำนวนใบ เช่น กล่องเบอร์ B แพ็ค 20 ใบ 76 บาท เท่ากับใบละ 3.80 บาท ถูกกว่าซื้อปลีก (ใบละ 5 บาท) ใบละ 1.20 บาท
เทป 1 ม้วนปิดกล่องได้กี่ใบ?
เทป OPP 100 หลา (ยาว 91.44 เมตร) ถ้าปิดแบบตัว H ทั้งฝาบนและก้นกล่อง ปิดกล่องเบอร์ A ได้ราว 58 ใบ เบอร์ B ราว 51 ใบ และเบอร์ C ราว 45 ใบ
ใช้ซองพลาสติกแทนกล่องประหยัดกว่าไหม?
ประหยัดกว่าสำหรับของที่ไม่แตก เช่น เสื้อผ้าและเอกสาร ซองพลาสติก 25×35 ซม. ใบละ 2–3.50 บาท และไม่ต้องใช้บับเบิล แต่ของแตกง่ายควรใช้กล่องและห่อบับเบิล เพราะถ้าของแตก ความเสียหายมักมากกว่าเงินไม่กี่บาทที่ประหยัดค่าแพ็คได้
ต้องนับค่าแรงแพ็คเป็นต้นทุนไหม?
ถ้าจ้างคนแพ็คควรนับ ใช้สูตร ค่าแรงต่อชั่วโมง ÷ 60 × นาทีที่ใช้แพ็ค 1 ออเดอร์ ถ้าแพ็คเองจะไม่นับก็ได้ แต่ควรรู้ว่าเวลาที่ใช้แพ็คต่อวันเป็นเท่าไหร่
ราคาในบทความนี้อัปเดตเมื่อไหร่?
ใช้ราคาจากหน้าสินค้าของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569 ราคาอาจเปลี่ยนได้ เช็กราคาล่าสุดได้ที่หน้าสินค้าหรือทักไลน์ @thebestbox
สรุป: คิดต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ให้ครบ
ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ = กล่องหรือซอง + เทป + บับเบิล + ใบปะหน้า (+ ค่าแรง) แปลงราคาที่ซื้อเป็นราคาต่อหน่วยก่อน แล้วคำนวณจากวัสดุที่ใช้จริง ค่ากล่องเป็นก้อนใหญ่ที่สุด การเลือกขนาดให้พอดีและซื้อเบอร์ที่ใช้บ่อยแบบยกแพ็คจึงช่วยได้มากที่สุด แล้วอย่าลืมใส่ต้นทุนแพ็คในราคาขายทุกครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ขนาดกล่องไปรษณีย์ทุกเบอร์ (00–I) ตารางขนาด + ราคา
- ขายส่งกล่องพัสดุ ซื้อยังไงให้คุ้ม
- วิธีแพ็คของส่งไปรษณีย์ไม่ให้เสียหาย + เช็กลิสต์อุปกรณ์แพ็ค
- เปรียบเทียบค่าส่งพัสดุแต่ละเจ้า 2569
- คู่มือเลือกบับเบิลกันกระแทก ขนาดและราคา
แหล่งอ้างอิง (เปิดดู 17 ต.ค. 2569)
- ราคากล่อง เทป บับเบิล ซอง และกระดาษลาเบล: The Best Box — สินค้าและราคา
- 1 หลา = 0.9144 เมตร: Weights and Measures Act 1985, Schedule 1 (UK) · Refinement of Values for the Yard and the Pound, Federal Register 1959 (PDF)
