รับเองที่ร้าน หรือส่งใกล้เคียงด้วย Lalamove (ไม่ส่งต่างจังหวัด) เปิดทุกวัน · จ–ศ 10.30–20.00 · ส–อา 12.00–20.00
โลโก้ The Best Box ร้านกล่องไปรษณีย์
หน้าแรก / บทความ / ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์

ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ คิดยังไง? สูตร + ตัวอย่างจากราคาจริง + เครื่องคิดเลข

โดย The Best Box· ราคา ณ 17 ต.ค. 2569· อ่าน 7 นาที· หมวด ราคาและต้นทุน
ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ กล่องพัสดุ เทป OPP บับเบิลกันกระแทก ใบปะหน้า และเครื่องคิดเลขบนโต๊ะแพ็คของ
คำตอบสั้น ๆ: ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ = ค่ากล่องหรือซอง + ค่าเทป + ค่าวัสดุกันกระแทก + ค่าใบปะหน้า (บวกค่าแรงถ้าจ้างคนแพ็ค) คิดจากราคาของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569 เสื้อผ้าใส่ซองพลาสติกตกออเดอร์ละ 2.30–3.80 บาท ครีมกระปุกเล็กในกล่องเบอร์ A ตก 4.08–5.56 บาท แก้ว 2 ใบในกล่องเบอร์ C ตก 8.26–9.86 บาท ในตัวอย่างเหล่านี้ ค่ากล่องหรือซองคิดเป็น 60–92% ของต้นทุนแพ็ค จึงควรเริ่มลดจากการเลือกขนาดให้พอดีและซื้อยกแพ็ค

ขายของออนไลน์วันละหลายออเดอร์ ค่ากล่อง ค่าเทป และค่าบับเบิลที่ดูเหมือนแค่ไม่กี่บาท รวมกันทั้งเดือนเป็นเงินหลักร้อยถึงหลักพัน บทความนี้แยกให้ดูว่าต้นทุนแพ็ค 1 ออเดอร์มีอะไรบ้าง คิดยังไง พร้อมตัวอย่างที่คำนวณจากราคาจริงในหน้าสินค้าของร้าน และเครื่องคิดเลขให้ลองใส่ตัวเลขของร้านคุณเอง

ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์มีอะไรบ้าง?

ต้นทุนแพ็คมาจาก 4 อย่างหลัก คือ กล่องหรือซอง เทปปิด วัสดุกันกระแทก และใบปะหน้า บางออเดอร์ใช้ไม่ครบ เช่น เสื้อผ้าใส่ซองพลาสติกมักไม่ต้องใช้บับเบิล ถ้าจ้างคนแพ็คให้บวกค่าแรงด้วย ส่วนค่าส่งเป็นอีกก้อนที่จ่ายให้ขนส่ง ไม่นับรวมในต้นทุนแพ็ค

ต้นทุนแพ็ค 1 ออเดอร์ มาจากกล่องหรือซอง เทป OPP บับเบิล และใบปะหน้า บวกค่าแรงถ้าจ้างคนแพ็ค
ต้นทุนแพ็ค 1 ออเดอร์ = กล่องหรือซอง + เทป + บับเบิล + ใบปะหน้า (+ ค่าแรงถ้าจ้างคนแพ็ค)

ก่อนคำนวณ ต้องแปลงราคาที่ซื้อมาเป็นราคาต่อหน่วยที่ใช้จริงก่อน ตารางนี้ใช้ราคาจากหน้าสินค้าของร้าน

รายการราคาที่ร้านราคาต่อหน่วย
กล่องเบอร์ B 17×25×9 ซม.ปลีก 5 บาท/ใบ · แพ็ค 20 ใบ 76 บาท5.00 / 3.80 บาทต่อใบ
ซองพลาสติก 25×35 ซม.ซื้อ 10 ใบ ใบละ 3.50 บาท · ซื้อ 100 ใบ ใบละ 2 บาท3.50 / 2.00 บาทต่อใบ
เทป OPP 100 หลา (91.44 เมตร)ม้วนละ 30 บาท · แพ็ค 6 ม้วน 139 บาท≈ 0.33 / 0.25 บาทต่อเมตร
บับเบิล 32.5 ซม. × 100 ม.ม้วนละ 150 บาท · 135 บาท (ซื้อ 2 ม้วนขึ้นไปที่หน้าร้าน)1.50 / 1.35 บาทต่อเมตร
บับเบิล 65 ซม. × 100 ม.ม้วนละ 290 บาท · 250 บาท (ซื้อ 2 ม้วนขึ้นไปที่หน้าร้าน)2.90 / 2.50 บาทต่อเมตร
กระดาษลาเบล 150×150 (500 ดวง)150 บาท0.30 บาทต่อดวง

ราคาตามหน้าสินค้าของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569 · ตัวเลขซ้ายคือซื้อปลีก ขวาคือซื้อยกแพ็คหรือซื้อเยอะ · 1 หลา = 0.9144 เมตร เทป 100 หลาจึงยาว 91.44 เมตร (แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)

สูตรคำนวณต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์

ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ = ราคากล่องหรือซองต่อใบ + (เทปที่ใช้ เป็นเมตร × ราคาเทปต่อเมตร) + (บับเบิลที่ใช้ เป็นเมตร × ราคาบับเบิลต่อเมตร) + ราคาใบปะหน้าต่อดวง + ค่าแรงต่อออเดอร์

ราคาที่ซื้อมาส่วนใหญ่เป็นราคาต่อแพ็คหรือต่อม้วน แปลงเป็นราคาต่อหน่วยแบบนี้

  1. ราคากล่องต่อใบ = ราคาแพ็ค ÷ จำนวนใบ เช่น กล่องเบอร์ B แพ็ค 20 ใบ 76 บาท = 3.80 บาทต่อใบ
  2. ราคาเทปต่อเมตร = ราคาต่อม้วน ÷ ความยาวม้วน เช่น 30 ÷ 91.44 = 0.3281 บาทต่อเมตร (แพ็ค 6 ม้วน: 139 ÷ 6 ÷ 91.44 = 0.2534 บาทต่อเมตร)
  3. ราคาบับเบิลต่อเมตร = ราคาต่อม้วน ÷ 100 เมตร เช่น 150 ÷ 100 = 1.50 บาทต่อเมตร
  4. ค่าแรงต่อออเดอร์ = ค่าแรงต่อชั่วโมง ÷ 60 × นาทีที่ใช้แพ็ค 1 ออเดอร์ เช่น ถ้าค่าแรงชั่วโมงละ 50 บาท (ตัวเลขสมมติ) แพ็คออเดอร์ละ 3 นาที = 2.50 บาทต่อออเดอร์

ถ้าแพ็คเองและไม่คิดค่าแรง ให้ใส่ค่าแรงเป็น 0 แต่ควรรู้ว่าเวลาที่ใช้แพ็คก็เป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นเหมือนกัน

ปิดเทป 1 กล่อง ใช้เทปกี่เมตร?

กล่องเบอร์ C ปิดเทปแบบตัว H ทั้งฝาบนและก้นกล่องใช้เทปราว 2 เมตร คิดเป็น 0.66 บาท (ซื้อเทปปลีก) ร้านแนะนำให้ปิดเทปแบบตัว H คือติดตามรอยต่อกลางฝาและขอบอีกสองด้าน ทั้งด้านบนและด้านล่าง (ดูวิธีปิดเทปกล่องให้แน่น) ความยาวเทปประมาณได้จากขนาดกล่อง

เทปตัว H ต่อ 1 ด้าน = (ยาว + 10) + 2 × (กว้าง + 10) ซม. แล้วคูณ 2 สำหรับฝาบนและก้นกล่อง

เลข 10 คือเผื่อเทปพับลงข้างกล่องด้านละ 5 ซม. ตารางนี้คิดจากขนาดกล่องของร้าน

กล่องขนาดภายนอก (ซม.)เทปตัว H บน+ล่างค่าเทป ปลีกค่าเทป แพ็ค 6 ม้วนเส้นกลางอย่างเดียว
009.7×14×61.27 ม.0.42 บาท0.32 บาท0.48 ม.
A14×20×61.56 ม.0.51 บาท0.40 บาท0.60 ม.
B17×25×91.78 ม.0.58 บาท0.45 บาท0.70 ม.
C20×30×112.00 ม.0.66 บาท0.51 บาท0.80 ม.
D22×35×142.18 ม.0.72 บาท0.55 บาท0.90 ม.
E24×40×172.36 ม.0.77 บาท0.60 บาท1.00 ม.

เทป 100 หลา 1 ม้วน (91.44 ม.) จึงปิดกล่องเบอร์ A แบบตัว H ได้ราว 58 กล่อง เบอร์ B ราว 51 กล่อง เบอร์ C ราว 45 กล่อง ถ้าติดเทปซ้ำหรือมีเศษเทปเหลือ ค่าเทปจะสูงกว่าในตาราง

ตัวอย่างคำนวณต้นทุนแพ็คจากราคาจริง 4 แบบ

ใน 4 ตัวอย่างนี้ ต้นทุนแพ็คอยู่ที่ออเดอร์ละ 2.30–11.52 บาท ขึ้นกับขนาดและความเปราะของสินค้า ถ้าใช้กล่องเบอร์ใหญ่กว่านี้ ต้นทุนจะสูงขึ้นตามราคากล่อง ตัวอย่างยังไม่รวมค่าแรงและค่าส่ง

ตัวอย่างใช้อะไรบ้างซื้อปลีก (บาท/ออเดอร์)ซื้อยกแพ็ค (บาท/ออเดอร์)
1. เสื้อผ้า 1 ตัวซองพลาสติก 25×35 ซม. + ใบปะหน้า (คิดแบบซองที่มีแถบกาวในตัว ไม่ใช้เทป)3.802.30
2. ครีมกระปุกเล็กกล่องเบอร์ A + บับเบิล 32.5 ซม. ยาว 50 ซม. + เทปตัว H 1.56 ม. + ใบปะหน้า5.564.08
3. แก้ว 2 ใบกล่องเบอร์ C + บับเบิล 65 ซม. ยาว 1 ม. + เทปตัว H 2.00 ม. + ใบปะหน้า9.868.26
4. ของใช้ชิ้นใหญ่กล่องเบอร์ E + บับเบิล 65 ซม. ยาว 50 ซม. + เทปตัว H 2.36 ม. + ใบปะหน้า11.529.80

ซื้อปลีก = ซื้อกล่องทีละใบ เทปทีละม้วน บับเบิลทีละม้วน ซองพลาสติกครั้งละ 10 ใบ · ซื้อยกแพ็ค = กล่องแพ็ค 20 ใบ เทปแพ็ค 6 ม้วน บับเบิล 2 ม้วนขึ้นไปที่หน้าร้าน ซองพลาสติกครั้งละ 100 ใบ · ใบปะหน้าคิดดวงละ 0.30 บาททั้งสองแบบ (กระดาษลาเบล 500 ดวง 150 บาท) · ถ้าซองไม่มีแถบกาว ปากซองกว้าง 25 ซม. ใช้เทปราว 0.35 ม. บวกเพิ่มราว 0.09–0.11 บาท

ดูวิธีคิดแบบที่ 2 ทีละบรรทัด

รายการซื้อปลีกซื้อยกแพ็ค
กล่องเบอร์ A4.00 บาท54 ÷ 20 = 2.70 บาท
เทปตัว H 1.56 ม.1.56 × 0.3281 = 0.51 บาท1.56 × 0.2534 = 0.40 บาท
บับเบิล 32.5 ซม. ยาว 0.5 ม.0.5 × 1.50 = 0.75 บาท0.5 × 1.35 = 0.68 บาท
ใบปะหน้า 1 ดวง0.30 บาท0.30 บาท
รวมต่อออเดอร์5.56 บาท4.08 บาท

เห็นได้ว่าค่ากล่องเป็นก้อนใหญ่ที่สุด ในตัวอย่างนี้คิดเป็น 66–72% ของต้นทุนแพ็ค ส่วนเทปกับใบปะหน้ารวมกันไม่ถึง 1 บาท ถ้าอยากลดต้นทุน ให้เริ่มจากเลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้า (ดูขนาดกล่องทุกเบอร์) และซื้อเบอร์ที่ใช้บ่อยแบบยกแพ็ค

เครื่องคิดเลขต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์

เลือกกล่องหรือซอง วิธีปิดเทป และบับเบิลที่ใช้จริง ตัวเลขจะคำนวณให้ทันที ใช้ราคาของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569

ซื้อแบบไหน

ซื้อยกแพ็ค = กล่องแพ็ค 20 ใบ · เทปแพ็ค 6 ม้วน · บับเบิล 2 ม้วนขึ้นไป (ราคานี้เฉพาะซื้อที่หน้าร้าน) · ซองพลาสติก 100 ใบ · ซองกันกระแทกใช้ราคาแพ็ค 20 ใบทั้งสองแบบ · ซองคิดว่ามีแถบกาว ไม่คิดค่าเทป และเลือกซองแล้วบับเบิลจะเป็น 0 ให้อัตโนมัติ · ใบปะหน้าคิดดวงละ 0.30 บาท (กระดาษลาเบล 500 ดวง 150 บาท)

ซื้อปลีกกับซื้อยกแพ็ค ต่างกันเดือนละเท่าไหร่?

ถ้าส่งเดือนละ 300 ออเดอร์ ซื้อยกแพ็คประหยัดได้เดือนละ 444–516 บาท ตามตัวอย่างทั้ง 4 แบบ ส่วนที่ประหยัดได้มาจากค่ากล่องและซองเป็นหลัก

ตัวอย่าง (300 ออเดอร์/เดือน)ซื้อปลีกซื้อยกแพ็คประหยัดต่อเดือน
1. เสื้อผ้าในซองพลาสติก1,140 บาท690 บาท450 บาท
2. ครีมในกล่องเบอร์ A1,668 บาท1,224 บาท444 บาท
3. แก้วในกล่องเบอร์ C2,958 บาท2,478 บาท480 บาท
4. ของชิ้นใหญ่ในกล่องเบอร์ E3,456 บาท2,940 บาท516 บาท

ตารางนี้ใช้ราคาแพ็ค 20 ใบ ถ้าซื้อครั้งละ 5 แพ็คขึ้นไป ราคาต่อใบลดลงอีกขั้น เช่น เบอร์ A 2.60 · B 3.70 · C 4.85 · E 7.50 บาท (ดูขั้นราคาเต็มที่หน้าสินค้าแต่ละเบอร์)

ซื้อเยอะไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอ ถ้าซื้อเบอร์ที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้วค้างสต็อก เงินจะจมอยู่ในกล่อง ดูวิธีคิดว่าควรซื้อครั้งละเท่าไหร่ได้ที่ ขายส่งกล่องพัสดุ ซื้อยังไงให้คุ้ม

ใส่ต้นทุนแพ็คในราคาขายยังไง?

เอาต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ไปรวมกับต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่นก่อนตั้งราคา ไม่อย่างนั้นกำไรที่คิดไว้จะหายไปทีละไม่กี่บาททุกออเดอร์

กำไรต่อออเดอร์ = ราคาขาย − ต้นทุนสินค้า − ต้นทุนแพ็ค − ค่าส่งที่ร้านออกเอง − ค่าธรรมเนียมช่องทางขาย

ตัวอย่าง: ขายครีมกระปุกละ 199 บาท ใช้การแพ็คแบบที่ 2 ต้นทุนแพ็ค 4.08 บาท (ซื้อยกแพ็ค) คิดเป็น 2.1% ของราคาขาย ถ้าซื้อปลีกจะเป็น 5.56 บาท หรือ 2.8% สินค้าราคาต่ำยิ่งต้องระวัง เพราะต้นทุนแพ็คแทบไม่ลดตามราคาสินค้า

ต้นทุนแพ็คไม่รวมค่าส่ง แต่กล่องมีผลกับค่าส่ง

ค่าส่งเป็นอีกก้อนที่จ่ายให้ขนส่ง ไม่อยู่ในต้นทุนแพ็ค แต่ขนาดกล่องมีผลกับค่าส่ง เพราะขนส่งเอกชนหลายเจ้าคิดเงินจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักตามขนาดกล่อง แล้วแต่ค่าไหนมากกว่า กล่องที่ใหญ่เกินของจึงอาจทำให้ค่าส่งแพงขึ้นมากกว่าเงินที่ประหยัดค่ากล่องได้ ดูรายละเอียดและราคาแต่ละเจ้าที่ เปรียบเทียบค่าส่งพัสดุแต่ละเจ้า

อยากรู้ต้นทุนแพ็คของสินค้าร้านคุณ?

ส่งขนาดสินค้าและจำนวนออเดอร์ต่อเดือนมาทางไลน์ ร้านช่วยเลือกเบอร์กล่องและบอกราคายกแพ็คให้ · รับเองที่ร้านย่านสะพานใหม่–สายไหม–บางเขน ถ.เทพรักษ์ หรือส่งใกล้เคียงด้วย Lalamove (ร้านขายกล่องและอุปกรณ์ ไม่ได้เป็นจุดรับส่งพัสดุ และไม่ส่งต่างจังหวัด)

คำถามที่พบบ่อยเรื่องต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์

ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะขึ้นกับขนาดและความเปราะของสินค้า จากราคาของร้าน The Best Box ตัวอย่างในบทความอยู่ที่ออเดอร์ละ 2.30–11.52 บาท ไม่รวมค่าแรงและค่าส่ง ควรคำนวณจากวัสดุที่ร้านคุณใช้จริง

ค่ากล่องต่อออเดอร์คิดยังไงถ้าซื้อยกแพ็ค?

เอาราคาแพ็คหารจำนวนใบ เช่น กล่องเบอร์ B แพ็ค 20 ใบ 76 บาท เท่ากับใบละ 3.80 บาท ถูกกว่าซื้อปลีก (ใบละ 5 บาท) ใบละ 1.20 บาท

เทป 1 ม้วนปิดกล่องได้กี่ใบ?

เทป OPP 100 หลา (ยาว 91.44 เมตร) ถ้าปิดแบบตัว H ทั้งฝาบนและก้นกล่อง ปิดกล่องเบอร์ A ได้ราว 58 ใบ เบอร์ B ราว 51 ใบ และเบอร์ C ราว 45 ใบ

ใช้ซองพลาสติกแทนกล่องประหยัดกว่าไหม?

ประหยัดกว่าสำหรับของที่ไม่แตก เช่น เสื้อผ้าและเอกสาร ซองพลาสติก 25×35 ซม. ใบละ 2–3.50 บาท และไม่ต้องใช้บับเบิล แต่ของแตกง่ายควรใช้กล่องและห่อบับเบิล เพราะถ้าของแตก ความเสียหายมักมากกว่าเงินไม่กี่บาทที่ประหยัดค่าแพ็คได้

ต้องนับค่าแรงแพ็คเป็นต้นทุนไหม?

ถ้าจ้างคนแพ็คควรนับ ใช้สูตร ค่าแรงต่อชั่วโมง ÷ 60 × นาทีที่ใช้แพ็ค 1 ออเดอร์ ถ้าแพ็คเองจะไม่นับก็ได้ แต่ควรรู้ว่าเวลาที่ใช้แพ็คต่อวันเป็นเท่าไหร่

ราคาในบทความนี้อัปเดตเมื่อไหร่?

ใช้ราคาจากหน้าสินค้าของร้าน ณ 17 ต.ค. 2569 ราคาอาจเปลี่ยนได้ เช็กราคาล่าสุดได้ที่หน้าสินค้าหรือทักไลน์ @thebestbox

สรุป: คิดต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ให้ครบ

ต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ = กล่องหรือซอง + เทป + บับเบิล + ใบปะหน้า (+ ค่าแรง) แปลงราคาที่ซื้อเป็นราคาต่อหน่วยก่อน แล้วคำนวณจากวัสดุที่ใช้จริง ค่ากล่องเป็นก้อนใหญ่ที่สุด การเลือกขนาดให้พอดีและซื้อเบอร์ที่ใช้บ่อยแบบยกแพ็คจึงช่วยได้มากที่สุด แล้วอย่าลืมใส่ต้นทุนแพ็คในราคาขายทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง (เปิดดู 17 ต.ค. 2569)

ทักไลน์สั่ง โทร